แปลงคลิป YouTube เป็นไฟล์ Gif เคลื่อนไหวได้

GifSoup เป็นเว็บไซต์ทีให้บริการแปลงไฟล์วิดีโอจาก YouTube ให้กลายเป็นไฟล์ Animated Gif (ไฟล์.gif ที่เคลื่อนไหวได้) โดยอาศัยการเล่นข้อมูลภาพต่อเนื่องที่ถูกเรียงลำดับไว้ในไฟล์.gif ไฟล์เดียว ภาพทีได้แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ขนาดไฟล์จะใหญ่กว่าปกติมาก GifSoup จึงลิมิตให้แปลงไฟล์ภาพที่มีความยาวไม่เกิน 15 วินาที เพื่อไม่ให้คุณได้ไฟล์.gif ที่มีขนาดใหญ่เกินไป และกินเวลาโหลดนานจนคนดูไม่รอชมนั่นเอง

ขอแนะนำขั้นตอนการใช้งานสั้นๆ แล้วกันนะครับ เพราะไม่งั้นเดี๋ยวทิปนี้จะกลายเป็นบทความไปซะก่อน ขั้นแรกเข้าไปในเว็บไซต์ gifsoup.com จากนั้นก็อปปี้ url ของวิดีโอที่ต้องการแปลงจากใน youtube มาใส่ในช่อง Create Animated GIFs from YouTube Videos แล้ว คลิกปุ่ม Create Gif ทางเว็บไซต์จะให้คุณลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิ์ในการใช้บริการ (ใช้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายนะครับ) หลังจากเสร็จขั้นตอนนี้ ทางเว็บไซต์จะแสดงคลิปวิดีโอที่คุณเลือก พร้อมให้ตั้งเวลาเริ่มต้น (Start time) และจบ (End time) ของคลิปที่ต้องการแปลง โดยต้องไม่ลืมว่า ระยะเวลาต้องไม่เกิน 15 วินาที เลือกช่วงของคลิปที่คุณต้องการ คลิกปุ่ม Preview เพื่อดูตัวอย่าง หรือปุ่ม Finish เพื่อเสร็จสิ้นการแปลงไฟล์ง่ายดีไหมครับ ทางเว็บไซต์ยังมีบริการทำลิงค์ให้คุณไปแปะตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อแสดง gif ของคุณ หรือจะดาวน์โหลดมาเก็บไว้ใช้ก็ได้ ลองทำดูนะครับ

ที่มา: www.arip.co.th

พบช่องโหว่ร้ายแรงใน Flash,PDF

รายงานข่าวที่อาจจะทำให้ผู้ใช้หลายๆ คนต้องระวังตัวกันอีกแล้ว เมื่อวานนี้ อะโดบี้ (Adobe) ได้ออกมาประกาศแจ้งเตือนว่า พบการโจมตีช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข (zero-day attacks) ในโปรแกรมอ่านไฟล์พีดีเอฟ (Adobe Reader) และโปรแกรมเล่นไฟล์แฟลช (Flash Player) โดยผู้ไม่หวังดีสามารถใช้ช่องโหว่ดัง กล่าวป่วนให้ระบบล่มการทำงานลงตลอดจนเข้าควบคุมการทำงานของเครื่องได้

สำหรับช่องโหว่ที่ถูกใช้ในการโจมตีนี้ ทางอะโดบี้ได้อธิบายว่า มันเป็นช่องโหว่ร้ายแรงทีพบได้ในโปรแกรม Adobe Flash Player 10.0.45.2 และเวอร์ชันก่อนหน้านี้ในทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Windows, Macintosh, Linux และ Solaris นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่ที่พบในคอมโพเน็นต์ซอฟต์แวร์ authplay.dll ที่ไปพร้อมกับ Adobe Reader และ Acrobat 9.x บน Windows, Macintosh และ UNIX  

ช่องโหว่ CVE-2010-1297 นี้สามารถทำให้โปรแกรมล่มการทำงานลงได้ อีกทั้งผู้บุกรุกยังจะสามารถเข้าควบคุมระบบการทำงานของเครื่องที่โดนโจมตี ได้อีกด้วย โดยล่าสุดมีรายงานว่า ช่องโหว่ดังกล่าวกำลังถูกใช้โจมตีในวงกว้างทั้งผ่านทางโปรแกรม Adobe Flash Player และ Adobe Reader รวมถึง Acrobat ด้วย ส่วน Flash Player 10.1 RC จะปลอดภัยไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ดังกล่าว

คำแนะนำสำหรับการ ป้องกันตัวเอง หรือลดความเสี่ยงจากการโดนโจมตีผ่านทางช่องโหว่ในระหว่างที่ยังไม่มีการ แก้ไข ทางอะโดบี้แนะนำให้ทำการลบ, เปลียนชื่อ หรือไม่ให้สิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์ authplay.dll ที่ไปพร้อมกับ Adobe Reader และ Acrobat 9.x ด้วยวิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ผู้ใช้อาจจะต้องประสบกับปัญหาการล่มการทำงาน หรือแจ้งข้อความผิดพลาดเมื่อเวลาเปิดไฟล์ PDF ที่มี SWF ในส่วนของ Adobe Reader และ Acrobat 8.x จะไม่พบช่องโหว่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางอะโดบี้ยังไม่ได้แจ้งว่า จะสามารถแก้ไขปัญหา โดยออกแพตช์อัพเดตเมื่อไร

ที่มา: http://www.arip.co.th

ซ่อน Folder ไว้ไม่ให้ใครยุ่ง

วิธีนี้เป็นอีกวิธีในการซ่อน Folder แต่วิธีนี้จะต่างตรงนี้เราไม่สามารถเห็น Folder ได้เลยแม้เราจะไปปรับเป็น Show hidden files and folders ใน Folder Option ก็ตาม ลองเอาไปใช้ดูครับเผื่อว่าใครที่เคยซ่อนไฟล์ไว้แล้วเพื่อน หรือคนรู้จักดันไปหาเจอซะหนิ ก็ลองมาทำวิธีนี้ดีกว่า ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่าครับ

  1. ให้สร้าง Folder ไว้ที่ไหนก็ได้ โดยการคลิ๊กขวา แล้วเลือก New > Folder
  2. เปลี่ยน ชื่อ Folder เป็นชื่ออะไรก็ได้ครับ แต่ถ้าเราใส่ชื่อลงไปเวลาเราซ่อน Folder เราก็จะเห็นชื่อ Folder นั้นลอยอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นเราต้องทำการซ่อนชื่อ Folder ด้วยการกด Alt ค้าง แล้วกด 0160 ที่NumPad นะครับ มันจะเป็นการพิมพ์ตัวอักษรที่ว่างเปล่าลงไป
  3. คลิ๊กขวาที่ Folder ที่เราเพิ่งสร้างแล้วเลือก Properties จากนั้นไปที่ Customize แล้วเลือก Chang icon
  4. ซึ่งจะมีอีกหน้าต่างขึ้นมา ให้เปลี่ยนรูป Folder ที่เป็นว่างๆ อยู่ ครับ (มันจะมีช่องว่างอยู่) จากนั้นก็กด OK แล้ว Apply ออกมา
  5. ก็ จะเห็นว่า Folder มันหายไปแล้ว คราวนี้เราจะเอาไฟล์ที่เราไม่ต้องการเปิดเผยให้ใครรู้เอาไว้ในนี้ได้เลย ถึงแม้คนอื่นจะเข้ามาเปิดให้โชว์ Folder ก็ไม่ต้องกลัวครับไม่มีทางเห็นอย่างแน่นอน คำเตือน ควรจำตำแหน่งของ Folder ที่เราวางด้วยนะครับไม่งั้นหายไปทั้ง Folder ไม่รู้เลยนะ

เทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคที่สาม (3G)

3G คืออะไร???

          3G ย่อมาจากคำว่า Third Generation of Mobile Telephone ใช้เรียกให้เข้าใจถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคในยุคที่สาม ซึ่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคแรกนั้น เปรียบเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบแอนะล็อก (Analog) มีย่านความถี่ต่างๆ กัน ต่อมาเคลื่อนเข้าสู่ยุคที่สอง เปลี่ยนสัญญาณจากแอนะล็อกมาเป็นสัญญาณดิจิทัลที่เราใช้กันอยู่

          แต่ เนื่องด้วยความต้องการอันไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์ ก็เกิดการเร่งพัฒนาตอบสนอง ด้วยเทคโนโลยีที่มีความเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ จากที่ต้องการเพียงการสนทนา กลับเริ่มต้องการส่งข้อความเพียงแค่ตัวหนังสือก่อน ต่อมาเริ่มต้องการส่งกราฟิกขาวดำ เริ่มส่งภาพขาวดำ ภาพสี ริงโทน ส่งออดิโอหรือวิดีโอคลิป เล่นเกมด้วยกัน จนถึง วิดีโอสตรีมมิ่ง ถ่ายทอดสด บริการเสริมเหล่านี้ทำให้เราเข้าใจว่าทำไม 3G ถึงความเร็วสูงขึ้น แต่ไม่ใช่แค่ความเร็วสูงขึ้นเท่านั้น 3G ยังพยายามเป็นมือถือที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ง่าย ซึ่งบางคนก็บอกว่า 3G คล้ายอินเทอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ที่เราออนไลน์ได้ตลอดเวลานั่นเอง

          ที นี้มาดูคำนิยามของ 3G กัน ตามมาตรฐาน IMT-2000 (International Mobile Telecommunications-2000) ที่ ITU ซึ่งมาจากผู้เกี่ยวข้องในวงการโทรคมนาคมทั่วโลกกำหนดไว้มีดังต่อไปนี้

ประตูแห่งความสำเร็จ สำหรับนักไอทีหน้าใหม่

ขอต้อนรับน้องใหม่ในวงการเช่นคุณ หากคุณคือหน้าใหม่หรือแม้แต่บัณฑิตเพิ่งจบ แต่ใฝ่ฝันอยากทำงานด้านนี้ แต่ถ้าไม่มีความรู้อะไรสักอย่างเลยล่ะ เรามีเทคนิคการเตรียมตัวสำหรับคุณ เพื่อเป็นหนทางที่ช่วยสานฝันของคุณเป็นจริง

หาอบรมหลักสูตรทางด้านไอทีหรือเทคนิค ระยะสั้น
เป็นการเริ่มต้นที่ดีและง่ายที่สุด โดยการไปหาหลักสูตรที่คุณสนใจหรืออยากเรียนอะไรก็ได้ อย่างน้อยก็เป็นหลักสูตรปูพื้นฐานด้านนี้ ปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาทั้งในมหาวิทยาลัย และโรงเรียนเฉพาะทางมากมายที่เปิดสอนหลักสูตรเกี่ยวกับวิชาชีพดังกล่าว ซึ่งโรงเรียนและหลักสูตรเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีมากสำหรับคนที่สนใจ ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานมาเลยหรือไม่ก็ตาม

อย่าง ไรก็ตาม การเลือกสถานที่และหลักสูตรในการอบรม คุณก็ควรตรวจสอบดูให้ละเอียดก่อนเล็กน้อยว่า เป็นสถาบันที่ไว้ใจได้หรือไม่ คุณภาพด้านการเรียนการสอนเป็นอย่างไร และได้รับการรับรองจากหน่วยงานหรือองค์กรใดหรือไม่ ทางที่ดีคุณอาจสอบถามเอาจากเพื่อนฝูงของคุณเองอีกทางหนึ่งดูก็ได้

รู้จักขายตัวเองให้เป็น
ความจริงแล้ว การรู้จักโฆษณาตัวเองเพื่อให้องค์กร หรือบริษัทที่คุณอยากร่วมงานสนใจในตัวคุณเป็นเรื่องสำคัญไม่ว่าคุณจะทำงานใน สายอาชีพไหน แต่สำหรับคุณ สิ่งที่จำเป็นต้องโชว์ให้คนอื่น (บริษัทที่คุณสนใจ) เห็นก็คือทักษะและความสามารถทางด้านเทคนิคคอลที่คุณมี แต่หากคุณไม่มี ก็อาจจะทำให้หนทางฝันของคุณเป็นเรื่องลำบากอยู่บ้าง ช่องทางในการขายตัวเองนั้น เริ่มตั้งแต่จดหมายสมัครงานและใบแสดงประวัติการทำงานของคุณเลยทีเดียว ไปจนถึงขั้นตอนการตอบคำถามตอน สัมภาษณ์งาน การเตรียมตัวให้พร้อมทั้งทางด้านบุคลิกภาพ ประสบการณ์ทั้งที่เกี่ยวข้องกับสายงาน และไม่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงหลักสูตรต่างๆ ที่คุณได้ไปอบรมมา ซึ่งคุณคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับการสัมภาษณ์ ก็ควรที่จะนำมาแสดงให้หมด

อีกเรื่องที่ต้องถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากเช่นเดียวกันในการสัมภาษณ์งาน ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องเชิงเทคนิค ก็คือ ทัศนคติของคุณเอง ซึ่งบางครั้งแม้คุณจะขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งไป แต่หากคุณสามารถขายความเป็นตัวเองและทัศนคติที่ทำให้ผู้สัมภาษณ์ประทับใจได้ คุณก็อาจได้รับโอกาสที่คุณต้องการก็เป็นได้

ความเชื่อผิด เกี่ยวกับการใช้ ฮาร์ดดิสก์ ตอนที่ 1

  1. การฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ บ่อยๆ จะทำให้อายุการใช้งานของ ฮาร์ดดิสก์ สั้นลง
  2. ไม่ ว่าจะฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ กี่ครั้งก็ตาม ก็ไม่ส่งผลต่อการทำงานของฮาร์ดดิสก์ แต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่หลายๆ คนมักคิดว่ามีส่วนทำให้อายุการใช้งานสั้นลง แต่จริงๆ แล้ว เป็นความเชื่อที่ผิด การฟอร์แมต ฮาร์ดดิสก์ ไม่ถือเป็นการ
    ทำงานที่จะทำให้ฮาร์ดดิสก์ ต้องแบกรับภาระหนัก หัวอ่านของฮาร์ดดิสก์ จะไม่มีการสัมผัสกับแผ่นจานข้อมูล (Platter) ระหว่างการฟอร์แมตแต่อย่างใด สรุปแล้วก็คือ เราสามารถฟอร์แมต ฮาร์ดดิสก์ 30 ครั้งต่อวัน ทุกวันเลยก็ได้ อายุการ ใช้งานมันก็จะไม่ต่างจากจากฮาร์ดดิสก์ตัวอื่นๆ เลย

  3. การฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ จะมีความเค้นต่อเข็มหัวอ่าน (head actuator) สูง
  4. การ ฟอร์แมตมีการอ่านในแต่ละเซ็กเตอร์อย่างต่อเนื่อง และเป็นลำดับชั้น เช่น เซ็กเตอร์ที่ 500 เซ็กเตอร์ที่ 501 เซ็กเตอร์ที่ 502 และต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ ทำให้มีการเคลื่อนตัวของเข็มหัวอ่านน้อยมาก ดังนั้น ข้อเท็จจริงของความเชื่อนี้ก็คือ การฟอร์แมตจะไม่มี ความเค้นสูงต่อเข็มหัวอ่านฮาร์ดดิสก์

  5. ถ้าฮาร์ดดิสก์ของคุณมีเซ็กเตอร์เสีย (bad sector) อยู่แล้ว การฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ จะยิ่งทำให้เกิดเซ็กเตอร์เสียเพิ่มขึ้น
  6. ถ้า ฮาร์ดดิสก์ของคุณมีเซ็กเตอร์เสียอยู่แล้ว แน่นอนว่าเมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ จะต้องพบเซ็กเอตอร์เสียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การฟอร์แมตแล้ว เห็นเซ็กเตอร์เสียเพิ่มขึ้นนั้น สาเหตุไม่ได้เป็นเพราะการฟอร์แมต เพียงแต่ว่าการฟอร์แมตจะทำให้เราได้พบเห็นเซ็กเตอร์ที่เสียเพิ่มขึ้นนั่นเอง เพราะยูทิลิตี้สำหรับทำการฟอร์แมตนั้น จะสแกนและตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ด้วย ทำให้พบเห็นเซ็กเตอร์ที่เสียเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา

  7. การดาวน์โหลดโปรแกรมและไฟล์ต่างๆ จากอินเตอร์เน็ตจำนวนมากจะทำให้อายุการใช้งานของฮาร์ดดิสก์สั้นลง
  8. การ ดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ตไม่ทำให้อายุการใช้งานของฮาร์ดดิสก์ลดน้อยลงไป ฮาร์ดดิสก์จะมีการหมุนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะมีการดาวน์โหลดไฟล์ หรือไม่ก็ตาม ดังนั้นโอกาสที่จะเสียขณะทำการดาวน์โหลด กับขณะที่เปิดคอมพิวเตอร์ไว้เฉยๆ ก็มีเท่ากัน อายุการใช้งานจะเท่าเดิม

ภาษา c Function หา different Date เวลาใช้ mktime(); ไม่ได้

เท่าที่เจอมาเป็นปัญหาของเครื่อง HP-Unix ครับ พอคอนเวิดฟอร์แมทเป็นวันที่ได้แต่เวลาจะเอามาหาว่าห่างกันกี่วันสั่ง mktime(); ไปดันรีเทินเป็น -1 ซะงั้น เลยเป็นเวรเป็นกรรมที่จะต้องมาเขียนฟังก์ชั่นใช้เอง (ไม่ง้อมันก็ได้วะ) ใครมีปัญหาเดียวกันจะเอาไปปรับใช้ก็ได้นะครับ

==============================

#include <stdio.h>
#include <stdlib.h>
#include <string.h>
#include <time.h>

/*============Substring Function ==============*/

char *substring(size_t start, size_t stop, const char *src, char *dst, size_t size)
{
   int count = stop - start;
   if ( count >= --size )
   {
      count = size;
   }
   sprintf(dst, "%.*s", count, src + start);
   return dst;
}
/*============== Substring Function ================*/

Google อัพเดต Chrome 5 ให้แรงกว่าเดิม

รายงานข่าวาล่าสุด กูเกิ้ล (Google) เร่งเครื่องอีกครั้งด้วยการออกบราวเซอร์ Chrome 5.0.375.55 พร้อมทั้งคำอ้างที่ว่า มันเป็นบราวเซอร์ที่เร็วที่สุด โดยในเวอร์ชันนี้จะมีให้เลือกใช้ทั้งบนแพลตฟอร์ม Macs และ Linux นอกจาก PC

สำหรับคุณสมบัติใหม่ที่น่าสนใจใน Chrome 5 ก็อย่างเช่น ความสามารถในการซิงค์ (synchronizing) บุ๊กมาร์ค และการตั้งค่าการทำงาน (preferences) บนคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่อง ระบบจัดการส่วนเพิ่มขยาย (extension manager) ที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น สนับสนุน HTML5 อัพเดทล่าสุด รวมถึงความสามารถในการลากและวาง (drag & drop) ไฟล์ เว็บซ็อคเก็ต App Cache และ Geolocation APIs และระบบจัดการบุ๊กมาร์ค

อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติที่ยังไม่ได้รวมเข้าไปในเวอร์ชันนี้ก็เช่น การรวม Flash เข้าไปในการทำงานของบราวเซอร์ Chrome โดยตรง แต่ ก็จะเพิ่มเข้าไปในเร็วๆ นี้ ซึ่งประเด็นที่น่าจับตาก็คือ หลังจากรวมแล้วจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ และความเร็วของบราวเซอร์ หรือไม่? นับเป็นอีกก้าวของการร่วมมือระหว่างกูเกิ้ลกับอะโดบี้ (Adobe) หลังจากที่สตีฟ จอบส์ไม่สนใจที่จะสนับสนุนแฟลช คุณผู้อ่านที่สนใจ Chrome 5 สามารถดาวน์โหลดได้แล้วตั้งแต่วันนี้

Microsoft ปล่อยโหลด Visual Studio 2010 RC

อาจจะเก่าสักหน่อยครับ แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้และต้องการพัฒนาโปรแกรมบน visual studio พร้อมกับ .net framework 4.0 นั้น Microsoft ได้ปล่อยให้ดาวน์โหลดออกมา

Microsoft Visual Studio 2010 RC Ultimate (ไม่ support silverlight)
http://www.microsoft.com/downloads/details.aspx?FamilyID=457bab91-5eb2-4...

Microsoft Visual Studio 2010 RC Professionnal (ไม่ support silverlight)
http://www.microsoft.com/downloads/details.aspx?familyid=F9C0B89B-4964-4...

ถ้าใครต้องการพัฒนา silverlight 4 ให้ไปใช้ 2010 beta 2 นะครับ ส่วน cd-key ใช้ Google ครับไม่ยาก เพราะจะมี cd-key ของ Microsoft develop อยู่หลายทีครับสามารถใช้งานได้ ^^"

ขอให้ happy ครับ

สาเหตุที่ Intel ไปตั้งโรงงานที่เวียดนาม จากปากของกรรมการผู้จัดการ Intel ประเทศไทย

ต้นฉบับเดิม : http://blog.macroart.net/2007/10/intel-assembly-test-manufacturing-at-vietnam.html

วันนี้ไปร่วมงานสัมมนา Intel CIO Forum: Digital Enterprise Seminar 2007 Maximize your IT ROI in a Changing Economy ซึ่งเป็นงานสัมมนาฟรีที่ Intel จัดขึ้นทุกปี

งานในปีนี้จัดได้น่าสนใจครับ ช่วงแรกคุณเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้บรรยายและแสดง roadmap ของ CPU ในอนาคตอันใกล้ เนื้อหาเยอะมากครับ และผมเองไม่ใช่เซียนด้านฮาร์ดแวร์ ฟังมาแบบงูๆ ปลาๆ ก็พอสรุปได้ว่า Intel กำลังจะเข้าสู่เทคโนโลยีขนาด 45 นาโนเมตร ซึ่งจะทำให้ CPU มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ต้นทุนต่ำลง และประหยัดไฟมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Intel vPro ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถ remote access เข้าไปควบคุมคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นในระดับฮาร์ดแวร์ได้ ให้ลองนึกภาพการเรียก remote desktop เข้าไปยังเครื่องที่ใช้ Windows หรือการเรียก secure shell ไปยังเครื่องที่ใช้ Linux ซึ่งเป็นการ remote access ในระดับระบบปฏิบัติการ แต่ถ้าระบบปฏิบัติการเกิดแฮงค์ขึ้นมาก็ไม่สามารถ access เข้าไปได้ ขณะที่เทคโนโลยี Intel vPro สามารถเข้าถึงในระดับฮาร์ดแวร์ ลองนึกภาพการใช้คอมพิวเตอร์ของเราเพื่อ remote access ไปอีกเครื่อง แล้วเราสามารถเห็นหน้าจอตอนที่เครื่องนั้นกำลังรีบูทอยู่ปรากฎบนหน้าจอของ เราได้ แต่เทคโนโลยีนี้มีการจำกัดความสามารถให้ทำได้เพียงบางอย่าง เช่น สั่งรีบูท หรือสั่งให้บูทจากซีดีรอมหรือฮาร์ดดิสก์ลูกอื่นได้ และยังมีการเข้ารหัสแบบ 128 บิตไว้ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ก็คงจะเหมาะกับธุรกิจที่มีเครือข่ายสาขาหลายแห่ง จะช่วยให้ฝ่ายไอทีสามารถแก้ไขปัญหาของคอมพิวเตอร์ที่สาขาได้สะดวกขึ้น

ช่วงที่สอง Mr. Duncan Hai Liang Lee ตำแหน่ง Enterprise Architect ของ Intel Asia Pacific มาบรรยายเรื่องกรณีศึกษาของ Intel ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องความน่าน้อยเนื้อต่ำใจของ CIO (Chief Information Officer) เวลาคุยเรื่องของบไอทีกับ CEO (Chief Executive Officer) หรือ CFO (Chief Financial Officer) ขอไม่ลงรายละเอียดละกันนะครับ เนื่องจากฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง

Syndicate content